วิธีการ, อาหารอร่อย

เมนูอาหารกิมจิ กับเมนูกิมจิที่บอกเลยว่า อร่อยสุด ๆ พร้อมวิธีทำกิมจิแบบง่าย ๆ ถูกปากคนไทยแน่นอน

เมนูอาหารกิมจิ

เมนูอาหารกิมจิ กิมจิเอาจริง ๆ ที่ไทยบ้านเราคือ กิมจิ แบบไม่มีโคชูจัง แบบพวกผักดองสีเขียว ๆ ที่นิยมทำเมนูต่าง ๆ

เมนูอาหารกิมจิ พูดในเรื่องของกิมจิ หลายคนก็คงต้องนึกออกเลยว่า กิมจิเปรี้ยว ทําอะไรได้บ้าง เรียกได้ว่าเป็นอาหารจานโปรด ของใครหลายคนเลยล่ะค่ะ และทุกคนก็น่าจะรู้ดี ว่ากิมจิเป็นเครื่องเคียง ของคนประเทศเกาหลี คนเกาหลีมักจะชอบกินกิมจิกัน เพื่อเอามาตัดเลี่ยนบ้าง และใช้ปรุงอาหาร

และเพราะด้วยเรื่อง K-pop ของเกาหลี ที่เริ่มโด่งดังมาในประเทศไทยของเรา ทำให้หลายคนเริ่มรู้จัก อาหารการกิน ของเกาหลีเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะกิมจิ ที่เริ่มหากินได้ตาม 7-11 แถวบ้านเราไปแล้วค่ะ ราคาไม่แพงด้วย นักเรียนจับต้องได้ นอกจากนี้ คนไทยบางคน ก็เริ่มทำกิมจิเป็นด้วยค่ะ เพราะว่าเริ่มมีวัตถุดิบ และส่วนผสมเป็นที่เรียบร้อย สามารถทำทานเองได้ที่บ้าน แบบต้นตำรับเลยทีเดียว

บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมสูตรต้นตำรับ รสมืออาจจะไม่เหมือนกันนะคะ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนผสม และสัดส่วนบอกเลยว่าใช่ค่ะ

เพราะเวลาที่เราดู ASMR ของคนเกาหลี บางครั้งก็จะเห็นคนเกาหลี เขาทำทานเอง เราก็เริ่มจากการที่ลอกสูตร เมนูอาหารกิมจิ ลอกสัดส่วนของพวกเขา มาทำทานเอง บางคนก็ทำขายถ้าอร่อย

กิมจิคือผักดองพริก ของเกาหลีค่ะ มีรสชาติเปรี้ยว ๆ อมหวาน ตัดเลี่ยนกำลังดี และบางคนก็ไม่ได้ เอามาทำแค่กิมจิเฉย ๆ นะคะ เรายังสามารถเอา กิ ม จิ ทํา อาหาร ได้อีกด้วยค่ะ ไม่ได้มีเพียงแค่ทานเป็นเครื่องเคียง

เมนูอาหารกิมจิ และกิมจิ ด้วยรสของเขา ที่ออกรสเปรี้ยวหวาน กรอบอร่อยตัดเลี่ยนได้ดี เลยสามารถนำมาทำได้ หลายเมนูเลยค่ะ คนไทยก็เริ่มหาทำกันแล้วค่ะ ลองเอากิมจิ มาทำเมนูใหม่ ๆ มีอร่อยบ้าง แปลก ๆ บ้าง แต่บางครั้งก็อร่อยจนว้าว หรือแม้แต่ใครที่เบื่อ กับการกินไข่เจียวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แบบบ้าน ๆ ของเรา เราก็ยังสามารถทำ กิมจิผัดไข่ ได้เลยค่ะ เมนูกิมจิแบบง่าย ๆ มีเยอะมากเลยค่ะ

กิ ม จิ ทํา อาหาร

เมนูอาหารกิมจิ และกิมจิทำไม่ยากเลยค่ะ อาหารการกินเรา ก็ตามปกติแต่เรายังสามารถ เพิ่มกิมจิเข้าไป

โดยที่ไม่ต้องไปหาเลยค่ะว่า กิมจิกินกับอะไรแล้วอร่อย เชื่อไหมคะ ว่าคนอีสานที่ชอบทาน ส้มตำปูปลาร้าแซ่บ ๆ แบบพวกเรา ก็สามารถทานคู่กับกิมจิได้ค่ะ อร่อยมากด้วย สำหรับใครที่ลดหุ่น หรือต้องการทานคลีน ๆ ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ

เพราะกิมจิเอาจริง ๆ ที่ไทยบ้านเราคือ กิมจิ แบบไม่มีโคชูจัง แบบพวกผักดองสีเขียว ๆ ที่นิยมทำเมนู ต้ม ผัด ทอด จิ้ม แบบไม่มีโคชูจังนั่นเลย แต่ถ้าแบบเกาหลีเขาจะใส่พริกเกาหลี ใส่โคชูจัง เพื่อเพิ่มสีสัน และรสชาติในแบบของเขาค่ะ

เพราะกิมจิ ส่วนผสมหลัก ๆ คือผักและโคชูจังของเกาหลีค่ะ ไม่ได้มีเพียงแค่ผักกาดเท่านั้นนะคะ มีทั้งที่เป็นกิมจิแตงกวา ต้มหอมกิมจิ ที่คนเกาหลีชอบทานอีกด้วย บอกเลยว่า เมนูกิมจิ คลีน ๆ นี่สบายค่ะ สามารถทานได้ง่าย ๆ หรือจะเป็นข้าวเปล่า ทานคู่กับกิมจิ เพียงเท่านี้ก็อร่อยมากเลยค่ะ ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากเลยค่ะ ทานคู่กับ ลาบก้อย หรือชาบู ซูชิก็เข้ากันค่ะ

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วประเทศญี่ปุ่น ก็มีกิมจิและ เมนูอาหารกิมจิ เหมือนกันค่ะ แต่อาจจะไม่ได้ดัง หรือนิยมเท่าเกาหลี กันสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะส่วนผสมหรือเปล่า อันนี้อลิสก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่นอกจากคนเกาหลี จะทานเครื่องเคียงเป็นกิมจิแล้ว ก็ยังมีอีกหลายอย่างเลยค่ะ ที่คนเกาหลีรับประทานเป็นเครื่องเคียง

และไม่ได้มีแต่แบบ ดองพริกแบบกิมจินะคะ มีทั้งของทอด ของต้ม นึ่ง และผัดซอส แต่ถ้าเราที่รู้จัก และเป็นที่นิยม ก็จะเป็นในเรื่องของ กิมจิ และ หัวไชเท้าดอง

ในปัจจุบันประเทศไทย ก็มีร้านอาหารที่เป็น ร้านเกาหลีเปิดมากมาย ทั้งแบบสตรีทฟู้ด และแบบในห้างสรรพสินค้า และก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนสูตรบ้างเล็กน้อย เริ่มทำอาหารเกาหลี ให้เข้ากับรูปแบบของคนไทย โดยการทำให้รสจัดขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไทยบางคน ก็ชื่นชอบในอาหารเกาหลี มากอยู่แล้วค่ะ ยิ่งถ้ามีจุดเด่นหรืออะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาบอกเลยว่า เป็นไวรอลแน่นอน

กิมจิกินกับอะไรแล้วอร่อย

และใครที่อยากจะกินหมูกระทะ แต่ก็อยากกินกิมจิไปด้วย แต่ก็เบื่อกับการกินแบบไทย ๆ ประเทศเกาหลีก็เมนูที่ชื่อว่า หมูย่างเกาหลี แต่คนไทยอย่างเรามันเก่งค่ะ ไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบิน บินไปที่เกาหลีหรอกค่ะ คนไทยอย่างเราสามารถ เปิดร้านอาหารเกาหลี เป็นของตัวเองไปเลยค่ะ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้เปิดร้าน ก็สามารถไปทานที่ร้านได้ค่ะ รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ที่เกาหลีแน่นอน

เพียงแค่เราก้าวขาเข้าร้าน และทำการปิ้งหมูสามชั้น ให้มีความเกรียม ๆ กรอบ ๆ นิดหน่อย และกินคู่กันผัก พร้อมเครื่องเคียงต่าง ๆ ไม่เบื่อแน่นอนค่ะ เพราะสามารถทานได้ หลากหลายรูปแบบมาก ว่าในเรื่องของหมูย่างเกาหลี ไม่ได้มีน้ำจิ้มแบบเดียวค่ะ มีทั้งน้ำมันงา เกลือ ซอสโคชูจัง

นอกจากนี้เครื่องเคียง ก็มีเยอะมากมายถึง 12 อย่างเลยทีเดียว ในประเภทของเครื่องเคียง เกาหลีก็มีถึง 7 ประเภท สามารถเลือกได้ตามใจชอบ สามารถหยิบทานได้ แบบไม่เบื่อแน่นอนค่ะ

แต่บางคนก็ทาน หมูกระทะที่บ้าน ทำหมูเกาหลีทานเองที่บ้าน หรือเป็นคนติดกิมจิมาก ๆ ไม่อยากจะออกไปซื้อ อยากจะลองทำกินเอง เพราะถูกกว่า และได้ปริมาณที่เยอะ ก็สามารถทำเองได้ค่ะ แต่ถ้าใครที่แบบว่า เอ้ะ !! ซื้อเอาง่ายกว่า ที่ 7-11 มีขายนะคะ ฮ่า ๆ สะดวกมาก

วันนี้อลิสจะเป็นเชฟออนไลน์ ให้ทุกคนเองค่ะ กิมจิที่อลิสจะสอนวันนี้ เป็นกิมจิผักกาดขาวแบบเบสิก ที่เราพบเจอกันบ่อย ๆ เลยค่ะ มาเริ่มจากการ เตรียมส่วนผสมเลยค่ะ

เมนูกิมจิ คลีน

มาเตรียมวัตถุดิบ ในการทำกิมจิทานเองที่บ้านง่าย ๆ กันดีกว่าค่ะ บอกเลยว่าเป็น เมนูกิมจิ ไม่มีโคชูจัง อันดับแรกก็คือ ผักกาดขาวค่ะ เพราะเราจะทำ กิมจิผักกาดขาวกัน

มีเกลือค่ะ แป้งข้าวเจ้า พริกป่นเกาหลี น้ำปลา น้ำตาลทราย ต้นหอมซอย หอมใหญ่หั่นชิ้นเล็ก ๆ ค่ะ ตามด้วยกระเทียม และขิงสับ เมนูนี้ถ้าใครชอบเผ็ด ๆ อลิสไม่ค่อยแนะนำ ให้ใช้เป็นพริกป่นนะคะ เพราะรสอาจจะจัดเกิน และทำให้กลบรสชาติอื่น ของกิมจิได้ค่ะ แต่ถ้าใครที่ชอบ ก็ได้ค่ะ อาหารไม่มีสูตรตายตัว

ขั้นตอนการทำก็ล้างผักกาดค่ะ และนำไปแช่ในน้ำเกลือ 4 ชม หลังจากนั้นให้นำน้ำเปล่าตั้งเตา ไฟกลาง ผสมกับแป้งข้าวเจ้าค่ะ คนไปจนมันข้นเลยนะคะ หลังจากนั้นเทลงในชามผสม ที่เราเตรียมไว้ได้เลยค่ะ หลังจากนั้นปรุงรสเลยค่ะ แต่ยังไม่ต้องใส่ผักกาดนะคะ

ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พริกป่น ที่เราเตรียมไว้ได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็คนให้เข้ากัน ละพักไว้จนกว่าจะเย็น หลังจากนั้นใส่พวกต้นหอม หอมใหญ่ ขิงลงไปได้เลยค่ะ คนให้เข้ากัน และนำไปเทใส่ผักกาดขาว ของเราได้เลย

และทำการยี ๆ คลุก เอาซอสทาให้ทั่วผักกาดขาว ของเรานะคะ จะได้มีรส หลังจากนั้นก็ใส่กระปุกไว้ค่ะ ปิดฝา แช่ตู้เย็น จะทานเมื่อไหร่ ก็สามารถหยิบออกมาทานได้เลยค่ะ เพียงเท่านี้ก็เสร็จ

ต่อมาสำหรับคนที่รักกิมจิ แต่ดันอยากทานอะไรร้อน ๆ ไม่สบายด้วย ปวดท้องด้วย หรือเพราะเหตุผลอื่น ๆ เมนูนี้ก็เป็นเมนู ที่ได้รับความนิยมเหมือนกันค่ะ บอกเลยว่าสารอาหารครบ 5 หมู่ไม่ขาดไม่เกินแน่นอนค่ะ แถมยังอิ่มพุงกาง และยังอยู่ท้อง รวมไปถึงสบายท้องมาก ๆ ด้วยค่ะ

ถ้าหน้าหนาวได้ทาน เมนูนี้แบบร้อน ๆ เหมือนที่คนเกาหลีทานกัน บอกเลยว่า กิมจิกินคู่กับอะไรอร่อย อุ้ย..ฟินนน

เมนูอาหารกิมจิ นั่นก็คือ ซุปกิมจิค่ะ สามารถทานเปล่า ๆ ก็ได้ ทานกับข้าวก็ได้ค่ะ อร่อยเหมือนกัน ส่วนผสมในซุป ก็คงไม่พ้นกิมจิ และออมมุก หรือปลาแผ่นที่คนเกาหลี ชอบทานรวมถึงคนไทยอย่างเราด้วยค่ะ

เนื่องจากกิมจิเป็นผัก บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เมนูนี้ไม่ได้มีแต่ผัก และของสุขภาพดี อย่างโภชนาการอาหารหมู่ที่ 2 นะคะ มียันไขมันอย่างหมูสามชั้น ของโปรดคู่คนไทย ที่ขาดไม่ได้เลยล่ะค่ะ แต่ถ้าใครที่ไม่ทานหมู ก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้เหมือนกันค่ะ

อลิสจะมาบอกสูตร เมนูกิมจิ ง่ายๆ และส่วนผสมที่จะใช้ในการทำ ซุปกิมจิทานเองที่บ้านง่าย ๆ กันค่ะ เริ่มจากวัตถุดิบ แน่นอนค่ะ กิมจิ หมูสามชั้น เต้าหู้ขาวอ่อน ไข่ไก่ เห็ดเข็มทอง หอมหัวใหญ่ ต้นหอมญี่ปุ่น หรือต้นหอมที่เป็นต้นใหญ่ ๆ ยักษ์นั่นแหละค่ะ

ต้นหอมญี่ปุ่น ต้นหอมซอย ซอสโคชูจัง พริกป่นเกาหลี (ถ้าไม่มีสามารถใช้ของไทยได้นะคะ แต่รสชาติอาจจะไม่ได้ ต้นตำรับขนาดนั้นค่ะ) น้ำมันงา เกลือ และน้ำเปล่าค่ะ

อลิสไม่ได้บอกสัดส่วนผสมนะคะ เราสามารถกะเอาได้เลยค่ะ สูตรอาหารไม่มีตายตัว ลองใส่ตามปริมาณ ที่ตัวเองชอบดูนะคะ แต่ก็อย่าเยอะเกินจำนวน รสชาติอาจจะเพี้ยนไปเยอะค่ะ และสำหรับสาว ๆ ที่ชอบหมูสามชั้น เหมือนแม่ของอลิส ที่เวลามีเมนูและต้องใส่หมูสามชั้น มักจะใส่เป็นพิเศษ เยอะเกินจนตักตรงไหน ก็เจอแต่หมูแบบนี้ก็ไม่ได้นะคะ

เมนูอาหารกิมจิ

อลิสขอเตือนไว้ก่อนเลยค่ะ ฮ่าฮ่า เพราะอาจจะทำให้เลี่ยนได้ค่ะ ใส่ปริมาณเยอะได้ค่ะ แต่ก็เอาแบบพอดีด้วยนะคะ

วิธีการ, อาหารอร่อย ในขั้นตอนการทำอันดับแรก เราต้องตั้งหม้อค่ะ เน้นนะคะ ให้ใช้เป็นหม้อ เพราะเราจะทำซุปกิมจิค่ะ หลังจากตั้งเตาแล้ว รอหม้อร้อนหลังจากนั้นเทน้ำมันงา ลงไปเล็กน้อยค่ะ และนำหมูสามชั้นลงไป ผัดให้หมูสุกก่อน หลังจากนั้นก็ตามด้วย กิมจิเลยค่ะ ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยหอมหัวใหญ่ ต้นหอมญี่ปุ่น และซอสโคชูจังได้เลยค่ะ ผัดให้เข้ากันค่ะ ขั้นตอนนี้อาจจะหนืด ๆ หน่อย อย่าลืมเบาไฟนะคะ เดี๋ยวจะไหม้

หลังจากที่ส่วนผสมเข้ากันแล้ว ให้เทน้ำลงไปเลยค่ะ เสร็จแล้วปิดฝารอน้ำเดือด พอน้ำเดือดแล้ว ให้เราปรุงรสด้วยการใส่เกลือ ใส่พริก ค่ะ คนให้เข้ากันสักหน่อย หลังจากนั้นตามด้วย เห็ดเข็มทองและเต้าหู้ขาว ลงไปเลยค่ะ หลังจากนั้นคนเบา ๆ ในหม้อนะคะ ให้ส่วนผสมเข้ากันค่ะ ที่ให้คนเบา ๆ ก็เพราะว่าเต้าหู้จะเละค่ะ ถ้าเราคนแรงไป

หลังจากนั้นรอเดือดอีกนิด แล้วใส่ไข่ลงไปเลยค่ะ ตามด้วยโรยต้นหอมซอย ปิดฝา รอสัก 1 นาทีเพื่อให้ไข่สุกหน่อย แค่นี้ซุปกิมจิร้อน ๆ ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ แต่ถ้าใครที่ทานไข่ดิบได้ หรือไม่อยากรอไข่สุก ก็สามารถปิดฝาและปิดเตาได้เลยค่ะ พร้อมทาน รับรองอร่อย

ต่อกันด้วยเมนูสุดท้าย เมนูคู่คนไทยสิ้นเดือน เหมือนสิ้นใจ แต่สำหรับเมนูนี้ อาจจะสิ้นเดือนมากไม่ได้นะคะ เมนูอาหารกิมจิ นั่นก็คือมาม่ากิมจิค่ะ จะเอามาทานเป็นเครื่องเคียง หรือจะนำไปผัดด้วยกันก็ได้ หรือจะทำเป็นเหมือนซุปกิมจิ และใส่มาม่าลงไปด้วยก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความชอบ ของแต่ละคนได้เลย ถ้าแค่มาม่าทานคู่กับกิมจิ มันก็จะธรรมดาไปค่ะ อย่างเรามันต้องมี กิมมิกอะไรเพิ่มหน่อยค่ะ

อาจจะเป็นมาม่าชีส หรือมาม่าของเกาหลี หรือไทยก็ได้ค่ะ ที่มีรสเผ็ดจัดจ้าน กินแล้วตื่นตาโตพร้อมเรียน พร้อมทำงานแบบนี้เลยค่ะ แต่ขอเป็นมาม่าแห้งนะคะ มีโปรตีนหน่อย โปรตีนถ้าใครอยากจะกิน กุ้งตัวโตหัวใหญ่ กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เท่าแขน ก็ไม่ติดค่ะ ผักนิด ๆ และนำไปทำมาม่าในแบบที่ เราต้องการเลยค่ะ

เมนูอาหารกิมจิ จะเป็นผัด หรือแค่ต้มเส้นและเอาไปคลุก เครื่องปรุงวางบนจาน ทำโปรตีนและส่วนผสมอื่นให้สุก และนำมาคลุกเข้าด้วยกัน วางกิมจิไว้ข้าง ๆ โรยไข่กุ้งบนมาม่าหน่อย โปะชีสอีกนิดบอกเลยอร่อยค่ะ อาจจะธรรมดา แต่เราเน้นอลังการ เมนูมาม่าต้นเดือนค่ะ ไม่สิ้นใจแน่นอน

เขียนโดย อลิส

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น