ความรู้ การทำอาหาร

เคล็ดลับอาหาร การดึงรสชาติอาหารให้ออกมามากที่สุดกับการใช้ไฟกับการทำอาหาร ใช้ไฟแบบไหน อาหารถึงจะอร่อยที่สุด

เคล็ดลับอาหาร

เคล็ดลับอาหาร เกี่ยวกับการควบคุมไฟในการทำอาหารเมนูต่าง ๆ ว่าแต่ละเมนูควรใช้ไฟในระดับใด

เคล็ดลับอาหาร การทำอาหารให้มีชาติอร่อย และคงคุณภาพของวัตถุดิบไว้ได้นั้น ไม่ได้มาจากการหาวัตถุดิบชั้นดี อุปกรณ์ทำอาหารดี ๆ เท่านั้น แต่การควบคุมไฟในการปรุงอาหารแต่ละเมนู ก็มีส่วนทำให้อาหารอร่อย และคงคุณค่าของอาหารไว้ได้เช่นเดียวกัน การควบคุมไฟในการปรุงอาหารเมนูต่าง ๆ ที่แต่ละเมนูควรใช้ในระดับใด เพื่อให้อาหารเหล่านั้นอร่อย และน่ารับประทานมากขึ้น จำเป็นต้องมีระบบควบคุมไฟในเมนูต่าง ๆ ควรใช้ระดับไฟต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น อาหารง่าย ๆ เช่น ไข่คน สามารถปรุงโดยใช้ความร้อนต่ำ หรือปานกลาง ในขณะที่อาหารที่ซับซ้อนกว่าอย่างการย่าง จะต้องใช้ความร้อนสูง ระบบควบคุมไฟ ช่วยให้คนทำอาหาร สามารถปรับการทำอาหารสำหรับเมนูต่าง ๆ ได้นอกจากนี้ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่า อาหารปรุงด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ทั้งอร่อยและน่ารับประทาน

ด้วยการใช้ระบบควบคุมไฟในระดับต่าง ๆ เราสามารถสร้างสรรค์อาหารที่ไม่เหมือนใคร และน่าจดจำได้ ดังนั้น ความรู้เทคนิคการทำอาหาร ในครั้งนี้ เราจะพาทุกคนมาเข้าถึง ความรู้ การทำอาหาร เกี่ยวกับการควบคุมไฟ ในการทำอาหารเมนูต่าง ๆ ว่าแต่ละเมนูควรใช้ไฟในระดับใด เพื่อให้อาหารเมนูเหล่านั้นอร่อย และน่ารับประทานเราตามไปดู 108 เคล็ดลับคู่ครัว ที่น่ารู้กันได้เลยดังนี้ค่ะ

การทอด

เคล็ดลับอาหาร

สำหรับการทอดอาหาร จะนิยมใช้ไฟกลางในการทอด คืออุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 170 – 210 องศา จะช่วยให้อาหารสุกโดยทั่วถึง ไม่ไหม้และน้ำมันไม่เสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย แต่การทำอาหารตามบ้านทั่วไป อาจจะไม่มีตัวช่วยวัดอุณหภูมิ เหมือนครัวตามร้านอาหาร หรือตามโรงแรม จึงทำให้หลายคน ใช้การคาดเดาเอาซึ่งจริง ๆ แล้วมีวิธีการสังเกตน้ำมันในกระทะ ว่าร้อนในระดับไหนแบบง่าย ๆ มาฝากทุกคนกัน ซึ่งเป็น เกร็ดความรู้ การทำอาหาร

สำหรับทุกคน ด้วยการหั่นวัตถุดิบเป็นชิ้นขนาดเท่าลูกเต๋าเอาไว้ หากน้ำมันยังไม่ร้อน เมื่อหย่อนลงไปลูกเต๋าจะจมลงก้นกระทะ และสักพักจึงจะลอยขึ้นมา หากน้ำมันร้อนในระดับที่พอดี เมื่อหย่อนลงไปจะจมลงก้นกระทะ และลอยขึ้นมาทันที

และหากน้ำมันร้อนเกินไป เมื่อหย่อนแล้วจะไม่จม จะลอยอยู่อย่างนั้นเอง ไฟอ่อนจะทำให้อาหารสุกช้า และอมน้ำมันไม่น่ารับประทาน ไฟกลางจะทำให้อาหารสุกทั่วถึง และมีสีสันที่น่ารับประทาน และไฟแรงจะทำให้อาหารสุกแค่ภายนอกและไหม้เร็ว

การย่าง

เคล็ดลับอาหาร

หากคุณเป็นสายเนื้อสัตว์หรือสายเสต็ก คุณอาจจะรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า ระดับความสุกของเนื้อสัตว์ ในการย่างนั้นจะมีอยู่ 5 ระดับด้วยกัน ซึ่งแต่ละระดับ จะใช้ไฟในการย่าง รวมถึงระยะเวลาที่ต่างกันออกไป การย่างเนื้อต่าง ๆ ตามร้านอาหาร จึงจะมีตัวเลือกให้เราเลือก ว่าต้องการความสุกระดับไหน ดังนั้นทุกคนควรรู้จัก ทริคอาหาร ในส่วนนี้เอาไว้สำหรับปรุงรับประทานเอง หรือเวลาไปสั่งตามร้าน จะได้เข้าใจระดับความสุกของเนื้อ แต่ละระดับนั้นเอง ดังนี้ค่ะ

เคล็ดลับอาหาร กับการย่างที่ต้องใช้ไฟหลายระดับ เพื่อให้รสชาติของเนื้อที่ได้แตกต่างกัน

  • Rare แรร์ เป็นระดับแรกของการย่างเนื้อ โดยใช้ไฟที่ 120 – 125 องศา ใช้เวลาย่างประมาณ 6 นาทีโดยประมาณ และกลับด้านย่างอีกฝั่ง 3 – 4 นาที เนื้อด้านนอกจะสุก แต่ภายในจะยังแดงอยู่ถึง 75% ยังมีกลิ่นคาวอยู่และค่อนข้างเหนียว สำหรับสายที่ชอบการกินเนื้อ แบบสุก ๆ ดิบ ๆ
  • Medium Rare มีเดียม แรร์ เป็นระดับที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการรับประทานเสต็ก ของชาวต่างชาติและคนไทย โดยการย่างไฟที่ระดับ 130 – 135 องศา ใช้เวลาย่าง 6 นาที กลับด้านอีก 3 – 4 นาที ด้านนอกสุกกำลังพอดี และด้านในยังแดงอยู่ประมาณ 50% ใครสายสุก ๆ ดิบ ๆ ที่ไม่อยากกินเนื้อดิบเกินไป แนะนำให้ลองในระดับนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้ว การในระดับนี้เป็นการ วิธี ดึงรสชาติอาหาร ได้เป็นอย่างดีนั้นเอง
  • Medium มีเดียม การย่างไฟด้วยระดับ 140 -145 องศา ใช้เวลาย่าง 7 นาที อีกฝั่งใช้เวลาย่าง 5 – 6 นาที ด้านจะแดงอยู่ประมาณ 25% แต่เนื้อที่สุกจะเริ่มแข็งขึ้นไม่นุ่มฉ่ำ เท่ากับการย่างในแบบมีเดียม แรร์
  • Medium Well มีเดียม เวล การย่างเนื้อให้สุกมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟระดับ 150 – 155 องศา ใช้เวลาย่าง 8 นาที พลิกกลับด้านย่างอีก 6 – 7 นาที เนื้อภายนอกจะสุกทั้งหมด และภายในจะไม่แดง จะออกเป็นสีชมพู แต่ความแข็งก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับการย่างนั้นเอง
  • Well เวล คือระดับสุดท้ายในการย่างเนื้อที่จะสุกทั้งหมด และเนื้อที่เป็นสีชมพู จากระดับความสุกก่อนหน้า ก็จะสุกมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำไว้ภายในอยู่ สำหรับคนที่ชอบรับประทานแบบสุก ๆ ใช้ไฟระดับ 160 องศา ย่างประมาณ 9 นาที พลิกด้านต่ออีก 7 – 8 นาที

การต้ม

เทคนิคการทำอาหารให้ เร็ว

สำหรับการปรุงเมนูอาหารต้ม จะใช้ไฟประมาณ 70 – 80 องศา การต้มอาหารจะใช้ความร้อนของน้ำในจุดเดือด เพื่อทำให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง และเมื่ออาหารเริ่มสุกทั้งหมดแล้ว สามารถลดไฟลง เพื่อให้อาหารยังคงอุ่นน่ารับประทานได้อยู่

แต่สำหรับการอุ่นอาหารให้ใช้ไฟที่ 60 – 70 องศา คนอาหารตลอดที่อุ่น เพื่อให้ความร้อนกระจายโดยทั่ว ใช้เวลาอุ่น 10 – 15 นาทีจะทำให้อาหารที่อุ่นดูเหมือนใหม่ และน่ารับประทานเช่นเดิมนั้นเอง

หากทุกคนอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ สามารถเข้ามาค้นหาได้ที่เว็บไซต์ของเรา

และทั้งหมดนี้คือ เคล็ดลับอาหารไทย และอาหารชาติอื่น ๆ ที่ต้องใช้ระดับไฟ ในการทำเมนูอาหารต่าง ๆ และเพิ่มเติมในส่วนของการผัด หากอยากให้อาหารสุกโดยทั่ว และคงความอร่อยเอาไว้ได้ แนะนำว่าตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน และผัดอย่างรวดเร็วเท่านั้น รับรองเมนูผัด จะอร่อยและน่ารับประทาน ในทุกครั้งที่เราผัด เป็นทั้ง เทคนิคการทำอาหารให้ เร็ว และ เทคนิคการประกอบอาหาร ให้อร่อยในเทคนิคเดียวกัน

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเรื่องราวของการทำอาหาร การควบคุมไฟ ให้เหมาะสำหรับการปรุงอาหารแต่ละเมนู ที่จะช่วยให้รสชาติอาหาร และหน้าตาของอาหาร ให้น่ารับประทานอยู่เสมอ สาระความรู้ดี ๆ ที่สามารถนำไปใช้ ในการปรุงอาหาร หรือการสั่งอาหารตามร้านอาหารได้แบบง่าย ๆ และหากทุกคนอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ภายในเว็บยังมีให้เข้าถึง อีกหลากหลายสาระความรู้ สามารถเปิดเข้าเลือกดูกันได้เลย และยังคงมีการเพิ่มเติมสาระความรู้ใหม่ ๆ เข้าอยู่เสมอสำหรับทุก ๆ คนค่ะ

พบกับบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่ @UFA-X10

นำเสนอบทความ โดย สายรุ้ง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น